MDRTที่ปรึกษาการเงินและประกันคุณพิชญานันท์ โฟแมน

ตัวแทนที่ได้รับอนุญาตจาก คปภ.

บัตรใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต

บัตรใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต คุณพิชญานันท์ โฟแมน เลขที่ 6701043257
ตรวจสอบสถานะใบอนุญาตที่เว็บไซต์ สำนักงาน คปภ.คัดลอกเลขใบอนุญาตให้อัตโนมัติ
คัดลอกเลขใบอนุญาตแล้ว — นำไปวางในช่องค้นหาของ คปภ. ได้เลย
วางแผนประกันสุขภาพเหมาจ่ายควบคู่สวัสดิการบริษัท

วิธีเลือกประกันสุขภาพเหมาจ่าย 2568: มีสวัสดิการบริษัทอยู่แล้ว ซื้ออย่างไรให้ประหยัดเบี้ย 50%

เปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่างประกันสุขภาพทั่วไป กับประกันสุขภาพเหมาจ่ายแบบมีความรับผิดส่วนแรก (Deductible) เพื่อเติมเต็มค่าห้องส่วนเกินอย่างคุ้มค่า

ประกันสุขภาพอ่านประมาณ 1 นาทีโดย คุณพิชญานันท์ โฟแมน

มนุษย์เงินเดือนและพนักงานบริษัทหลายท่านมักมีความคิดว่า “ที่ทำงานมีประกันกลุ่ม (Group Insurance) ให้อยู่แล้ว ทำไมต้องเสียเงินซื้อประกันสุขภาพส่วนตัวเพิ่ม?”

คำถามนี้เป็นเรื่องสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง เพราะไม่มีใครอยากจ่ายเงินซ้ำซ้อน แต่ในความเป็นจริง เมื่อเกิดการเจ็บป่วยที่ต้องนอนโรงพยาบาลเอกชน เช่น ผ่าตัดไส้ติ่ง ลำไส้อักเสบ หรือติดเชื้อไวรัส ค่าใช้จ่ายมักทะลุวงเงินประกันกลุ่มของบริษัทไปไกล จนกลายเป็น “หนี้ค่ารักษาพยาบาล” โดยไม่ทันตั้งตัว


ช่องว่างของประกันกลุ่มบริษัท ที่หลายคนไม่เคยรู้

  1. วงเงินค่าห้องจำกัด: ประกันกลุ่มส่วนใหญ่ให้ค่าห้องอยู่ที่ประมาณ 1,500 - 3,500 บาท แต่ปัจจุบันค่าห้องเดี่ยวมาตรฐานโรงพยาบาลเอกชนเริ่มต้นที่ 6,000 - 12,000 บาท
  2. วงเงินผ่าตัดแยกตาราง (Sub-limit): หลายสวัสดิการไม่ได้เป็นแบบเหมาจ่าย แต่จำกัดวงเงินผ่าตัดตามตาราง เช่น ผ่าตัดกระดูกให้เบิกได้ไม่เกิน 40,000 บาท ทั้งที่ค่าผ่าตัดจริงอยู่ที่ 150,000 - 250,000 บาท
  3. ความคุ้มครองสิ้นสุดเมื่อพ้นสภาพพนักงาน: วันที่คุณเปลี่ยนงาน ลาออก หรือเกษียณอายุ สวัสดิการทั้งหมดจะหายไปในทันที และหากระหว่างทำงานคุณตรวจพบโรคประจำตัว เช่น ความดัน เบาหวาน หรือไขมัน การจะไปซื้อประกันสุขภาพใหม่ตอนนั้น บริษัทประกันอาจไม่รับประกันหรือยกเว้นโรคเหล่านั้นตลอดชีพ

เคล็ดลับลดเบี้ย 30-50%: ใช้ประกันสุขภาพแบบ Deductible

ทางออกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนมีสวัสดิการเดิม คือ การเลือกทำประกันสุขภาพเหมาจ่ายแบบมีความรับผิดส่วนแรก (Deductible)

Deductible คืออะไร?

Deductible คือ ค่าใช้จ่ายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันตกลงจะรับผิดชอบเอง (เช่น 20,000 หรือ 30,000 บาทแรกต่อการรักษา) ส่วนที่เกินจากนั้น บริษัทประกันจะจ่ายแบบเหมาจ่ายเต็มวงเงิน (เช่น เหมาจ่าย 5 ล้าน หรือ 10 ล้านบาท)

จุดเด่นที่ทำให้คนฉลาดเลือกใช้:

  • นำสวัสดิการบริษัทมาจ่ายส่วนแรกได้: เมื่อเข้าโรงพยาบาล คุณใช้สวัสดิการประกันกลุ่มของบริษัทมาเคลม 20,000 - 30,000 บาทแรก จากนั้นประกันสุขภาพส่วนตัวแบบเหมาจ่ายจะเข้ามารับผิดชอบส่วนเกินทั้งหมด
  • เบี้ยประกันถูกลงอย่างมหาศาล: การมี Deductible ช่วยให้เบี้ยประกันสุขภาพลดลงทันที 30% ถึง 50% เมื่อเทียบกับแผนที่ไม่มี Deductible
  • สามารถเปลี่ยนเป็นแผนปกติเมื่อเกษียณได้: แบบประกันสุขภาพหลายตัวของซัมซุงประกันชีวิต เปิดโอกาสให้ปรับลด Deductible เป็น 0 ได้ในวันที่คุณเกษียณอายุหรือออกจากงาน โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพใหม่

สรุปคำแนะนำจาก คุณพิชญานันท์ โฟแมน

อย่ารอจนสุขภาพเริ่มมีประเด็นแล้วค่อยคิดทำประกันสุขภาพ เพราะประกันสุขภาพเป็นสิ่งเดียวที่ “ต้องซื้อตอนที่ไม่จำเป็นต้องใช้ และใช้เงินซื้อไม่ได้เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้”

หากคุณต้องการคำนวณเบี้ยประกันสุขภาพแบบมี Deductible เปรียบเทียบกับงบประมาณที่คุณตั้งไว้ สามารถติดต่อขอรับตารางเปรียบเทียบแผนได้ฟรีค่ะ

บทความทั้งหมด